วันเวลาปัจจุบัน 16-10-19 -:- 10:14




เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง





โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 10:19 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 24-08-04 -:- 22:28
โพสต์: 13293
ที่อยู่: เด็กโรงงานพลาสติก

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้มีการจัดให้สื่อมวลชนทดลอง TOYOTA C-HR ใหม่ เครื่องยนต์ HYBRID GEN 4 เส้นทาง กรุงเทพฯ - บุรีรัมย์ จากนั้นเข้าไปขับทดสอบกันใน ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมกับทาง Car Club และลูกค้าที่ได้จอง Toyota C-HR ล่วงหน้าไว้

ในวันถัดไป สมาชิก Car Club และลูกค้าบางท่าน จะขับ C-HR จากบุรีรัมย์ กลับมายังกรุงเทพฯ ในส่วนของ AltisClub.com เองก็ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จะขอนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันครับ

รูปภาพ


หลังจากนั่งเครื่องบินจากดอนเมืองไปถึงบุรีรัมย์ รถตู้ก็พาพวกเราไปยัง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็ได้เห็น C-HR จอดอยู่เต็มลาน เป็นรถของสื่อมวลชนขับมาครับ

รูปภาพ


เข้าห้องนั่งฟังบรรยายจุดเด่นของเจ้า Toyota C-HR กันก่อน

เริ่มตรงที่ C-HR ย่อมาจาก Coupe High Rider เป็นรถ Sub-compact SUV มี 4 เทคโนโลยีใหม่คือ

1.ระบบ Hybrid Generation ที่ 4

มีขนาดเล็กลง แต่ประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ทนทาน ประหยัดน้ำมันขึ้น โตโยต้าเคลมว่า ได้ 24.4 กม./ลิตร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังรับประกันรถและระบบไฮบริด 5 ปีหรือ150,000 กิโล ส่วนแบตเตอรี่ รับประกัน10 ปีไม่จำกัดระยะทาง

รูปภาพ

รูปภาพ


2. โครงสร้าง TNGA (Toyota New Global Architecture)

ออกแบบให้ตัวถังใหม่แข็งแกร่งขึ้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดอาการโคลง เข้าโค้งมั่นใจ เกาะถนนดี มีความคล่องตัวและนุ่มนวล ลดจุดอับสายตาของคนขับ

รูปภาพ


3.มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ TSS (Toyota Safety Sense)

- Pre-Collision System รถจะส่งเสียงเตือนและลดความเร็วอัตโนมัติเมื่อเรดาร์ตรวจจับว่ามีวัตถุอยู่ด้านหน้า

- Dynamic Radar Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมตรวจจับระยะห่างระหว่างรถคันหน้า
ถ้าใกล้เกินไปจะลดความเร็วลง ให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัย โดยเลือกระยะห่างคันหน้าได้ 3 ระดับ

- Automatic High Beams ระบบปรับลดไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางมา

- Lane Departure Alert with Steering Assist ถ้าขับรถออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว พวงมาลัยจะดึงกลับอัตโนมัติ ป้องกันอันตรายหากเกิดการหลับใน

รูปภาพ



4. Toyota T-Connect Telematic

ในรถจะมี Sim card ใส่ไว้ช่วยค้นหารถได้หากถูกขโมย สามารถโทรขอเส้นทางผ่าน Call Center โดยไม่ต้องค้นหาจากแผนที่
และยังปล่อยสัญญาณ wifi ออกมาให้เล่น internet ได้อีกด้วย

รูปภาพ



จากนั้นก็อธิบายการขับขี่ในสนามแข่ง การเข้าไลน์ที่ถูกต้องเพื่อทดสอบช่วงล่าง การควบคุมพวงมาลัย เปลี่ยนเลนฉุกเฉิน เบรกเพื่อเข้าโค้งดูอาการของรถ รวมถึงได้ทดลองกดคันเร่งมิดดูอัตราเร่งและความเร็วของรถ

รูปภาพ


On Track

TOYOTA จัด C-HR มาให้ครบทุกสี เป็นรุ่น 1.8HV Hi ทั้งหมดครับ เน้น Hybrid ล้วนๆ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ตอนขับจะมีครูคอยนั่งประกบเพื่อบอกเส้นทาง และความเร็วที่เหมาะสมครับ

รูปภาพ


จัดไปคนละ 2 รอบ แล้วสลับมานั่งหลังให้เพื่อนขับ เราจะได้ลองความรู้สึกด้านหลังบ้าง

รูปภาพ



Toyota C-HR ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมเหล็กกันโคลง ดิส์กเบรก 4 ล้อ แล้วยังมี ABS EBD BA VSC TRC ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

รูปภาพ



ความรู้สึกหลังได้ลองในสนาม

โดยรวมหลังจากได้ลองแล้วก็บอกได้คร่าวๆ ว่า C-HR เข้าโค้งได้ดีมาก ความเร็ว 60, 80 เข้าโค้งแบบไม่เบรก รถมีอาการโยนตัว และโคลงน้อยมาก แม้จะเป็นรถยกสูงกว่าเก๋งทั่วไป ที่ความเร็ว 120 ก็ยังเข้าโค้งได้ดี แต่ต้องหักพวงมาลัยเยอะหน่อย

พวงมาลัยคม ตอบสนองได้ดีเป็นไปตามสั่ง สังเกตได้จากการเข้าสถานีเปลี่ยนเลนกะทันหัน และสลาลอม ถ้ารู้สึกว่ารถเริ่มไถลออกนอกเส้นทางเพราะใช้ความเร็วเกินครูสั่ง ก็แค่ยกคันเร่งขึ้น หักพวงมาลัยเพิ่ม แค่นี้รถก็กลับมาอยู่ในเส้นทางเหมือนเดิมแล้ว

ขับง่าย และสนุกมาก ไม่เครียด อัตราเร่งดี แต่ยังขาดความรู้สึกของการพุ่งทะยานไปข้างหน้า มันจะค่อยๆ ไปแม้จะกดมิดแล้วก็ตาม

รูปภาพ



จบกิจกรรมวันแรก พวกเรายังไม่มีโอกาสอยู่กับรถมากนัก ได้แค่เก็บภาพ TOYOTA C-HR มานิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 10:54 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 24-08-04 -:- 22:28
โพสต์: 13293
ที่อยู่: เด็กโรงงานพลาสติก
ได้เวลา On Road

วันที่ 22 พวกเรามาที่สนามกันแต่เช้า รถ TOYOTA C-HR จอดรอให้พวกเราได้ขับกลับกันแล้ว

รูปภาพ

ขึ้นมาฟังบรรยายสรุปเส้นทางที่ต้องใช้เดินทางกลับ ระหว่างทาง มีกิจกรรมทดสอบความประหยัดน้ำมัน โดยทีมงานจะนำพลาสติกใสมาครอบชุดแอร์ เพื่อไม่ให้ปรับอุณหภูมิช่วย

มีให้ทดลองขอเส้นทางจาก Call Center ผ่านระบบ T-Connect Telematics
และช่วงสุดท้ายจะปล่อยให้ขับตามสะดวก แล้วไปเจอกันที่ T-DEX (Toyota Driving EXperience park)

รูปภาพ


ผมได้รถ C-HR HV Hi เบอร์ 02 สี Premium Red หลังคาดำ เริ่มออกเดินทางได้ทดสอบบนถนนจริงกันซะที

รูปภาพ


ความเงียบตามแบบฉบับรถไฮบริด

หลังเหยียบเบรคและกดปุ่ม Start จะมีแค่เสียง ติ๊ด! เข็มฝั่งซ้ายกระดิกขึ้นมาที่คำว่า CHG และมีคำว่า READY ไม่มีการติดเครื่องยนต์แบบที่คุ้นเคย จากนั้นใส่เกียร์ D กดคันเร่งเบาๆ รถจะออกตัวอย่างเงียบๆ ด้วยแบตเตอรี่


รูปภาพ


ระหว่างทาง ขับไปเพลินๆ บอกตรง ๆ ว่า ถ้าไม่ดูหน้าจอข้อมูลกับไฟ EV ผมจับอาการไม่ออกว่าแบตเตอรี่กับเครื่องยนต์สลับกันทำงานตอนไหน อย่างเวลารถติดไฟแดง เหยียบเบรก ใช้ระบบ Break Hold เครื่องจะดับ แต่ไฟเบรกติด แอร์ วิทยุ ยังทำงานปกติ ตรงนี้เองก็ไม่รู้สึกเลยว่า เครื่องดับและติดขึ้นมาอีกตอนไหน ต่างกับ Prius ซึ่งรู้สึกได้ชัดเจนกว่ามาก

รูปภาพ




Eco Drive Test

สำหรับความประหยัด ระยะทางทดสอบ 90 กิโลเมตร มีเวลาให้ 120 นาที
ในช่วง 60 กิโลเมตรแรกที่ตั้งใจขับ วิ่งความเร็วไม่เกิน 90 ผมได้ประมาณ 25.7 กิโลเมตรต่อลิตร
ไม่ได้กดโหมด EV แต่พยายามใช้เท้าควบคุมไม่ให้เข็มชี้เกินครึ่งมาตรวัด ECO

รูปภาพ


แต่พอดูเวลาแล้ว น่าจะไปถึงจุดต่อไปช้ากว่ากำหนด เพราะเจอไฟแดงไป 2 หน และรถใหญ่หลายคัน ผมเลยถือโอกาสดูอัตราการกินน้ำมัน กรณีรีบ แล้วกดความเร็วไป 120 - 160 นู่น แซงมันทุกคันเท่าที่ทำได้ ผลคือ ถึงจุดนัดหมายทันเวลา แต่อัตรากินน้ำมันขยับขึ้นมาเป็น 21.7 กม./ลิตร ถือว่าน่าพอใจมาก ถ้าเป็น Altis 1.8 กดแบบนี้ ได้เห็นต่ำกว่า 10 แน่นอน

รูปภาพ



ส่วนเพื่อน CarClub ทำได้ดีสุดที่ประมาณ 28 กม./ลิตร ได้ข่าวว่าสื่อมวลชน ขับ C-HR ทำสถิติได้ 35 กิโลเมตรต่อลิตร! เก่งมาก


รูปภาพ

รูปภาพ


Free Run

หลังจากกินข้าวเที่ยงที่โคราชก็ออกเดินทางกลับ กทม. ช่วงนี้เจอฝนตกหนักมาก เลยได้ทดสอบที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ทั้งหน้าและหลัง ได้ใช้ Blind Spot Monitor ที่เป็นไฟสีส้มๆ บนกระจกมองข้าง ไว้เตือนรถมาด้านข้างในมุมอับ ชอบมากครับ
ในส่วนของเสียงเม็ดฝนที่ตกมาบนหลังคา ถือว่าทำได้ดีมาก ไม่ป๋องแป๋ง เสียงลมเข้ารถก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร

รูปภาพ


หลังหมดฝน ก็เริ่มได้ลองความเร็ว ความคล่องตัว รู้สึกว่า รถวิ่งได้นิ่มนวล ไม่โคลง ไม่โยก นั่งและขับไม่ต่างอะไรกับเก๋งในขนาดเดียวกัน เปลี่ยนเลนง่าย ไว มุดได้สนุกมาก ฉีกคันหลังทำได้ดีพอสมควร แต่อย่างที่บอกไปตอนแรก รถขาดอาการพุ่งแบบดึงแรงๆ ทุกอย่างมันออกไปทางนุ่มนวลมากกว่า ฉะนั้นเวลาเร่งแซงอาจจะมีความไม่มั่นใจในตอนแรกว่ารถจะไปมั๊ย แต่จริง ๆ มันก็ไปนะครับ

พอช่วงเข้าทางถนนกาญจนาภิเษก ก็ได้ทดลองระบบ Lane Departure Alert ซึ่งก็ทำงานได้ดี ลองเบี่ยงพวงมาลัยให้ออกนอกทางช้า ๆ โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว รถจะร้องเตือน พร้อมดึงพวงมาลัยกลับให้ตรงทางเหมือนเดิม ใช้ได้ทั้ง ซ้ายและขวานะครับ แต่ระบบนี้น่าจะเหมาะกับการขับรถทางไกลแล้วเริ่มรู้สึกง่วง ถ้าเป็นในเมืองปกติก็ไม่ต้องใช้ได้ มีปุ่มให้กดปิด เพราะมีบางจังหวะที่เราตั้งใจเบี่ยงเลน หรืออาจหักหลบเล็กน้อย รถจะฝืนพวงมาลัยเราครับ เราจะไป แต่รถไม่ยอมให้ไป อาจเหวอได้

รูปภาพ

C-HR มีระบบ Dynamic Radar Cruise Control ที่มีประโยชน์จริง ๆ เพราะของเดิม เราตั้งความเร็วไว้เท่าไหร่ รถก็วิ่งไปเท่านั้น
เจอคันหน้าเราก็ต้องแตะเบรกยกเลิกระบบ แล้วกดเพื่อเรียกความเร็วเดิมกลับมา แต่ระบบใหม่นี่ไม่ต้องแล้ว ถ้าคันหน้าชะลอ รถเราก็ชะลอด้วย แต่ ๆ ๆ จะลดความเร็วให้ถึงแค่ 50 กิโลเมตร/ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นต้องเบรกเองนะ ไม่สามารถใช้ร่วมกับระบบ Pre-Collision System ได้ อันนั้นไว้ใช้ในเมือง เมื่อรถคันหน้าเร่งความเร็ว หรือเราเปลี่ยนไปเลนที่ไม่มีรถนำหน้า รถเราก็จะเพิ่มความเร็วจนถึงที่เราตั้งไว้ครับ ยังไงก็ดี ใครที่จะใช้ควรลองอ่านคู่มือ ลองหัดใช้ ทำความเข้าใจก่อนเยอะๆ นะ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 11:28 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 24-08-04 -:- 22:28
โพสต์: 13293
ที่อยู่: เด็กโรงงานพลาสติก
จอดแวะถ่ายรูปแป๊บ


ใกล้ถึง T-DEX แล้วแต่เวลายังเหลือ ผมเลยแวะถ่ายรูปเล็กน้อยที่ ปั๊มสุดท้ายก่อนออกทางด่วน

ภายนอกโดดเด่น สะดุดตา


ไฟหน้าFULL LED ปรับสูงต่ำ auto พร้อม DRL เป็นเส้นสวยงาม

รูปภาพ


ด้านข้างดูผ่านๆ จะเหมือนตัวรถยกสูงมาก เพราะมีแผ่นพลาสติกสีดำหลอกตาอยู่

รูปภาพ


ไฟท้าย FULL LED รมดำ ให้ไฟมาน้อยไปหน่อย อย่างละ 3 เม็ด 4 เม็ด ตอนกลางคืนไม่มีปัญหา แต่ตอนกลางวันอาจจะมองยากไปหน่อยครับ ด้านบนมีสปอยเลอร์ทรงสวย พร้อมหลังคาดำ ในส่วนหลังคาดำจะมีเฉพาะสีเขียว ฟ้า และแดงซึ่งเป็นเฉพาะรุ่นไฮบริด

รูปภาพ



มือเปิดประตูหลังทางแปลกตา ใช้ไปเดี๋ยวก็ชิน ไม่น่าใช่ปัญหาอะไร ยกเว้นจะตัวเล็กเด็กน้อยจริงๆ อันนี้คงต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยครับ

รูปภาพ



ล้อ 17” ยาง 215/60R17 ลายอาจจะเรียบไปนิด ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรนะ ยางขนาดนี้ได้ความนุ่มสบาย และประหยัดด้วย

รูปภาพ



สำหรับรุ่น HV Hi และ HV Mid จะเติมน้ำมันได้ E20 91 95 ส่วน 1.8 Mid และ 1.8 Entry เติม E85 ได้ครับ

รูปภาพ



Toyota C-HR ใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อทำงานร่วมกันจะให้กำลัง 122 แรงม้า ถ้าเป็นรุ่น 1.8Mid และ Entry จะเป็น 2ZR-FBE เหมือน Corolla Altis

รูปภาพ



ภายใน ทันสมัยเอาใจคนขับ

เปิดประตูเข้ามาด้วยระบบ Smart Entry ภายในคอนโซลออกแบบให้หันเข้าหาคนขับ ถือว่าออกแบบได้สวยงามผิดหูผิดตา Toyota มาก ไม่มีคำว่าเชยให้ได้ยินแน่

รูปภาพ


พวงมาลัยสวยมาก ขนาดกำลังดี จับถนัดให้ความรู้สึกแพง ปรับขึ้นลง และเข้าออกได้ แต่จากการใช้งานปุ่ม Multifunction ที่พวงมาลัย ยังไม่คุ้นเคยนัก เพราะมันอยู่ในทรงเฉียงๆ ครับ กดลงไปแล้วมันโดนไม่เต็มนิ้วโป้ง คงต้องปรับตัวกันนิดหน่อย

รูปภาพ


ถุงลมนิรภัย มีให้รอบคัน ทั้งคู่หน้า ข้างเบาะ ม่านด้านข้างหน้าหลัง และหัวเข่าคนขับ ซึ่งมีให้สำหรับทุก C-HR รุ่นเลย

รูปภาพ



ส่วนปุ่มควบคุมระบบแอร์ใหญ่โต มองเห็นง่าย สวยงาม มีแอร์แยกซ้ายขวา และเย็นเจี๊ยบเหมือนเดิม

รูปภาพ


จอ Multimedia แบบสัมผัส มีหลาย Application ยังเล่นไม่หมดเลยครับ มีระบบนำทาง ต่อเชื่อม T-Connect Telematics ต่อ wifi ได้ เสียงพอใช้นะ คงไม่ได้ดีเด่นอะไร กล้องมองหลังพร้อมระบบ RCTA ช่วยเตือนขณะถอย ถ้ามีรถมาจะร้องบอกครับ เตือนรอบคันเลย ระบบนี้ก็เปิดปิดได้นะถ้ารำคาญเสียงเวลาขับรถติดๆ ในเมือง

รูปภาพ



ปลดเกียร์ว่างได้แล้ว

เกียร์ E-CVT ทรงสวยพร้อมถุงเกียร์ ไม่มี + - ให้เล่นอะไร มีแค่ P N D และ B เอาไว้หน่วงรถเวลาลงทางลาดชัน และช่วยชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ไฮบริดด้วยครับ คันเกียร์เป็นเหมือนรถปกติทั่วไป ไม่เป็น Joy Stick แบบ Prius แล้ว ทำให้ใช้งานง่ายไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ที่สำคัญ Toyota C-HR HYBRID ปลดเกียร์ว่างสำหรับจอดซ้อนคันได้แล้ว ปรบมือ!!!

รูปภาพ


ถัดมาด้านหลัง จะมีปุ่มเบรกมือไฟฟ้า ถัดลงมาเป็นปุ่ม Auto Break Hold ที่ใช้แล้วจะติดใจ และปุ่มเลือกโหมดขับขี่เฉพาะไฟฟ้าเท่านั้น เน้นประหยัดสุดๆ


รูปภาพ


แคบมั๊ย มันก็อยู่ที่ใครขับ ใครนั่ง

เบาะนั่งคู่หน้าตัวใหญ่ โอบกระชับนั่งสบาย ดีไซน์สวยมาก ติดนิดนึง ผมรู้สึกว่าหัวหมอนมันกดหัวผมไปนิดหน่อย
แต่จากการสอบถามได้ความว่า Toyota ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันอันตรายต่อคอ หากเกิดการชนจากด้านท้าย


รูปภาพ


เบาะหลังเป็นจุดที่หลายคนร้องว้าาา ตอนเห็นครั้งแรกในงานเปิดตัวเมื่อปลายปี แต่หลังจากได้ที่ลองปรับตำแหน่งที่ผมนั่งขับแบบปกติก่อน แล้วจากนั้นมาลองนั่งหลังดู ผลคือก็ไม่ได้แคบมากนะ ยังมีที่เหลือระหว่างเข่ากับหลังเบาะหน้า ไม่อึดอัด นั้่งหลัง 2 คนสบายๆ แต่ถ้า 3 ก็คงเริ่มอึดอัดละ และเมื่อเทียบกับ Prius และ Corolla Altis แล้ว ก็ต้องบอกว่า C-HR แคบกว่าอย่างรู้สึกได้ครับ


รูปภาพ


ส่วนมุมนี้จะดูทึบๆ หน่อย ก็ส่วนตัวดีนะ งีบหลับ หลบแดดสบายเลย หลายคนเห็นแล้วอาจมองว่าเป็นจุดอับสายต่อ แต่ TOYOTA ได้ใส่ Blind Spot Monitor ในกระจกมองข้าง และใส่กล้องมองถอยหลังพร้อมเสียงเตือน เป็นการทดแทนแล้วครับ รับรองว่าหมดปัญหาแน่ ๆ


รูปภาพ


ที่เก็บของด้านท้ายมีพอประมาณ ตามรูปทรงของรถ นี่ใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว 2 ใบ ยังเหลือที่อีกเพียบ

รูปภาพ

รูปภาพ


แต่ถ้าไม่พอ ก็สามารถพับเบาะ 60/40

รูปภาพ


C-HR ไม่มียางอะไหล่ให้ แต่มีชุดเติมลมฉุกเฉินมาให้แทน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของรถยุคนี้ไปแล้ว

รูปภาพ


ถ่ายเทียบกับ Altis เราซะหน่อย ดูสูงกว่าเยอะเลย ในเรื่องราคาไม่หนีกันมาก บางรุ่นเท่ากันเลย มีคิดหนักกันหละทีนี้ ^_^

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 11:43 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 24-08-04 -:- 22:28
โพสต์: 13293
ที่อยู่: เด็กโรงงานพลาสติก
ถึง T-DEX เรียบร้อย เหลือน้ำมันครึ่งถัง (ความจุ 43 ลิตร) กับระยะทาง 400 กิโลเมตร (ในรูปโดน reset ไปรอบนึงช่วงเข้า ECO RUN ประมาณ 58 กิโลครับ) อัตราการกินน้ำมันอยู่ 20 หน่อยๆ เพราะทั้งรถติด ทั้งกดเล่น ทั้งลองเบรก ถือว่าประทับใจมากแล้ว

รูปภาพ

รูปภาพ


สรุปหลังจากได้ลองของจริง

TOYOTA C-HR เป็นรถที่น่าใช้มาก ๆ รุ่นนึงเลย ณ ตอนนี้ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี รูปทรงล้ำยุค เตะตา อยู่ได้อีกหลายปี ตัวรถยกสูงขึ้นมาให้ลุยน้ำได้บ้าง (จุดต่ำสุด 154 มม.) แต่ขับแล้วไม่มีอาการโคลงเคลงให้เมา พร้อมลุยทั้งในเมืองและต่างจังหวัด รถขับดี ไม่เหมือนขับรถไฟฟ้าแบบรถกอล์ฟนะ มันยังให้ความรู้สึกเหมือนขับรถปกติ แทบแยกไม่ออก การตัดต่อไปมาของการใช้พลังงานแบตเตอรี่ และเครื่องยนต์ เป็นไปอย่างนุ่มนวล ขับขี่สบายไม่เครียด ทัศนะวิสัยใช้ได้ พวงมาลัยคอนโทรลได้ตามสั่ง วงเลี้ยวไม่กว้างให้ความคล่องตัวสูง เบรกดี แอร์เย็น ช่องลมแอร์ใหญ่ ให้ถุงลมมา 7 ใบ ตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยเยอะและใช้งานได้จริง ทั้งช่วยเบรก ส่งเสียงเตือนในจุดอับ เวลาใช้ในเมือง ช่วยเตือนออกนอกเลนถ้าง่วงหรือหลับใน ระบบลด-เพิ่มความเร็วอัตโนมัติ ไว้ใช้เดินทางไกล ที่สำคัญ ประหยัดน้ำมันสุดๆ ขนาดผมขับแย่ๆ ยังได้มากกว่า 20 กิโลเมตร/ลิตร คนไหนที่ใช้เบนซินอยู่แล้วขับเนียนๆ รับรองเกินค่าเฉลี่ย 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ที่โตโยต้าเคลมไว้แน่นอน

รูปภาพ


ส่วนที่หลายคนพูดถึงเบาะนั่งด้านหลังดูแคบไปหน่อย น่าจะเป็นเพราะความเอนลาดของหลังคาและหนาทึบของเสาหลัง บวกกับกระจกหลังบานเล็ก พอมารวมกันทำให้ดูอึดอัดไม่โปร่ง อันนี้ต้องแลกกันกับดีไซน์ที่ทำให้ดูสวยแบบ Coupe ครับ แต่พอเข้าไปนั่งจริง 2 คน ผมว่า ไม่ได้แย่อะไรนะ ยกเว้นคนขับตัวใหญ่ถอยมาไกล อันนี้แคบแน่นอน (C-HR ต้องยอมให้ Corolla Altis เพราะถอยสุดแล้วยังกว้างมาก)

ส่วนเรื่องระบบไฮบริด ที่หลายคนยังกลัว โตโยต้าเองให้ความมั่นใจเพราะยังทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มการรับประกันระบบไฮบริดให้เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโล พร้อมประกันแบตเตอรี่ 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง

มีอยู่นิดๆ หน่อยๆ ที่อยากได้เพิ่มจาก Toyota คือ HUD และราวจับของผู้โดยสารตอนหลัง ^__^

รูปภาพ

รูปภาพ


ราคา Toyota C-HR

1.8 HV Hi 1,159,000.-
1.8 HV Mid 1,069,000.-
1.8 Mid 1,039,000.-
1.8 Entry 979,000.-

*สีเขียว ฟ้า แดง หลังคาดำ เพิ่ม 10,000
*สีขาวมุก เพิ่ม 10,000


ซื้อรุ่นไหนดี

แนะนำว่า.... C-HR HV Hi เท่านั้นเลยครับ เพราะส่วนที่ขาดไป เรามาติดตั้งทีหลังแทบไม่ได้เลย

รูปภาพ


ขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 15:15 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด

ลงทะเบียนเมื่อ: 01-10-04 -:- 10:15
โพสต์: 11723
สวยจังเลย

น่าใช้มาก อิอิ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 15:28 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 09-04-08 -:- 15:16
โพสต์: 3187
ที่อยู่: Nuttaphon.one@gmail.com
อ่านเพลินเลยครับ รีวิวได้ดีมากครับ อยากได้มานั่งสักคันบ้าง กองฉลากไม่อนุมัติสักที ยื่นไปหลายงวดแล้วครับ หวังว่าสิ้นเดือนนี้จะอนุมัติ 555


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 15:51 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 24-08-04 -:- 22:28
โพสต์: 13293
ที่อยู่: เด็กโรงงานพลาสติก
;-) ;-) ;-)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 17:20 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 18-10-09 -:- 11:46
โพสต์: 2639
ที่อยู่: ดอนเมือง
จัดสักคัน สองคัน ดีไหมน๋อออออ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 21:41 
ออฟไลน์
ได้ใส่ Aeropart แล้วจ้า
ได้ใส่ Aeropart แล้วจ้า
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 04-10-04 -:- 15:57
โพสต์: 334
ที่อยู่: กรุงเก่า...
:monkey50: ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ มาตรฐานไม่ตกเลยครับ

อ่านจบ กิเลสมาเลยค้าบ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 22:14 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 14-10-04 -:- 11:18
โพสต์: 11286
ที่อยู่: ที่ไหน??
จำpass ได้แร้นนนน 5555

อ่านรีวิวน้าเนม แล้วอยากพุ่งไปจองซะตอนนี้เลย


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ทดลองขับ Toyota C-HR Hybrid 2018 รุ่น TOP
โพสต์โพสต์แล้ว: 26-02-18 -:- 22:26 
ออฟไลน์
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด
งานมีไม่ทำ เฝ้าแต่บอร์ด

ลงทะเบียนเมื่อ: 01-10-04 -:- 10:15
โพสต์: 11723
Tom เขียน:
จำpass ได้แร้นนนน 5555

อ่านรีวิวน้าเนม แล้วอยากพุ่งไปจองซะตอนนี้เลย


อิอิ พรุ่งนี้ก่อนไปทำงานข้ามไปจองเลย


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: MSN [Bot] และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  


 AltisClub.com on Instagram. Just tag #AltisClub